วันอาทิตย์ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

บทเรียนออนไลน์ การสร้าง Animati

บทเรียนออนไลน์ การสร้าง Animation
คลิ๊กตรงนี้ได้เลยค่ะ >> http://www.kroojan.com/flash/

Pencil Animation

Pencil Animation (โปรแกรมทําแอนิเมชั่น 2D) 
 โปรแกรมนี้มีชื่อว่า Pencil Animation หรือการสร้างภาพแอนิเมชั่นด้วยดินสอนั่นเอง
 โปรแกรมทําแอนิเมชั่น 2D นี้จะช่วยให้คุณวาดภาพการ์ตูน แล้ว ทำเป็นภาพแอนิเมชั่น
 (Animation) แบบ 2 มิติ (2D) ซึ่งในโปรแกรมนี้มีเครื่องมือมากมายที่ช่วยให้ การ์ตูน 
หรือตัวละคร ที่คุณวาดนั้น อะไรก็สุดแท้แต่ ให้ออกมาต่อกันหลายๆ ภาพเพื่อเป็นภาพ
 Animation แบบ 2D อย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยเครื่องมือและตัวช่วยในการใช้งานที่สมบูรณ์แบบ
 เหมือน{โปรแกรมวาดภาพ} มืออาชีพ โดยสามารถวาดได้ทั้งภาพแบบ Bitmap
 และ ภาพเวคเตอร์กราฟฟิค
ขอบคุณที่มาจาก http://software.thaiware.com/10619-Pencil-Animation.html

ขั้นตอนการสร้างแอนิเมชั่นแบบง่ายๆ

ขั้นตอนการสร้างแอนิเมชั่นแบบง่ายๆ
  http://software.thaiware.com/10619-Pencil-Animation.html

สร้างการ์ตูนแอนิเมชั่นแบบกันเองด้วยโปรแกมแฟลช

 Flash   เป็นโปรแกรมที่นิยมนำไปสร้างสรรค์ผลงานในด้าน Multimedia เช่น เว็บไซต์ เกม การนำเสนอผลงานเดิมที่โปรแกรม Flash ไม่ได้เป็นโปรแกรมสำหรับทำการ์ตูนโดยเฉพาะ   แต่เราสามารถนำมาประยุกต์สร้างการ์ตูน 2 มิติ ได้ เพราะโปรแกรมมีคุณสมบัติและเครื่องมือมราอำนวยความสะดวกในการสร้างการ์ตูนอย่างครบครัน   อีกทั้งยังสามารถวาดภาพได้อารมณ์การ์ตูนมากๆ ด้วย จึงทำให้  Flash เป็นอีกโปรแกรมหนึ่งที่นักเรียนสร้างการ์ตูนนิยมนำมาใช้อย่างแพร่หลายทั้งในและต่างประเทศ   จนเกิดเป็นการ์ตูนที่โด่งดังหลายเรื่อง เช่น Pucca, Boomba, Ninja เป็นต้น ในประเทศไทยเองก็มีผลงานที่สร้างจาก Flash เหมือนกน เช่น การ์ตูนเรื่องสู้เพื่อฝัน ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 7 การ์ตูนบุญโต หมูเพื่อซี้  และการ์ตูนไมเข้ (มิวสิควีดิโอประกอบรายการธรรมะ) ออกอากาศทางชื่อ DMC และ Magcartoon ที่เผยแพร่การ์ตูนเรื่องสั้นทางอินเทอร์เน็ต
 ขอบคุณที่มาจาก http://www.vcharkarn.com/varticle/38858

สอนการทำการ์ตูน Animation คนเดิน

สอนการทำการ์ตูน Animation คนเดิน
ดูวิดีโอ การทำแอนิเมชั่นคนเดินได้ที่นี่
คลิ๊ก https://www.youtube.com/watch?v=9E8hf6R-lmk

กฎพื้นฐานการทำแอนิเมชั่น

กฎที่ 1 ลูกบอลกระดอน Bouncing Bal
กฎที่ 2  หลักการสะบัด  The Wave

กฎที่ 3  วิธีการเดินและวิ่ง  Walk & Run

กฎที่ 4  การยกของที่มีน้ำหนักและสิ่งที่เป็นของหนัก Weight

กฎที่ 5  หลักการสะดุ้ง The  Take

กฎที่ 6  การสนทนา  Dialouge
กฎที่ 7  สัตว์ 4 เท้าเป็นอย่างไร  และเดินกันแบบไหน

กฎที่ 8  การทำเทคนิคพิเศษ Effect








สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ http://thanetnetwork.com/animation/web/basic.html

ขอบคุณที่มาจาก http://thanetnetwork.com/animation/web/basic.html

ชนิดของแอนิเมชั่น

ชนิดของแอนิเมชั่นสามารถแบ่งออกได้เป็นสามชนิดคือ
1. Drawn Animation คือแอนิเมชั่นที่เกิดจากการวาดภาพหลายๆพันภาพ 
 แต่การฉายภาพเหล่านั้นผ่านกล้องอาจใช้เวลาไม่กี่นาที
ข้อดีของการทำแอนิเมชั่นชนิดนี้คือ มีความเป็นศิลปะ  สวยงาม  น่าดูชม  

แต่ข้อเสีย คือ ต้องใช้เวลาในการผลิตมาก  ต้องใช้แอนิเมเตอร์
จำนวนมากและต้นทุนก็สูงตามไปด้วย


2. Stop Motion หรือเรียกว่า Model Animation เป็นการถ่ายภาพแต่ละขณะของหุ่นจำลองที่ค่อยๆขยับ

 อาจจะเป็นของเล่นหรืออาจจะสร้างตัวละครจาก Plasticine วัสดุที่คล้ายกับดินน้ำมันโดยโมเดลที่สร้างขึ้นมา
สามารถใช้ได้อีกหลายครั้งและยังสามารถผลิตได้หลายตัว  ทำให้สามารถถ่ายทำได้หลายฉากในเวลาเดียวกัน  
แต่การทำ Stop Motmotion นั้นต้องอาศัยเวลาและความทุ่มเทมาก เช่น การผลิตภาพยนตร์เรื่อง 
James and the Giant Peach สามารถผลิตได้ 10 วินาทีต่อวันเท่านั้น วิธีนี้เป็นงานที่ต้องอาศัยความอดทนมาก

3. Computer Animation ปัจจุบันมีซอฟท์ที่สามารถช่วยให้การทำแอนิเมชั่นง่ายขึ้น 

เช่น โปรแกรม Maya, Macromediaและ 3D Studio Max เป็นต้น วิธีนี้เป็นวิธีที่ประหยัดเวลา
การผลิตและประหยัดต้นทุนเป็นอย่างมาก เช่น ภาพยนตร์เรื่องToy Story ใช้แอนิเมเตอร์เพียง 110 คนเท่านั้น

ขอขอบคุณที่มา : http://www.kanlayanee.ac.th/animation/web/animation.htm

Animation คืออะไร ?

ความหมายแอนิเมชัน (Animation)

แอนิเมชัน (Animation) หมายถึง กระบวนการที่เฟรมแต่ละเฟรมของภาพยนตร์ ถูกผลิตขึ้นต่างหากจาก กันทีละเฟรม
 แล้วนำมาร้อยเรียงเข้าด้วยกัน โดยการฉายต่อเนื่องกัน ไม่ว่าจากวิธีการ ใช้คอมพิวเตอร์กราฟิก ถ่ายภาพรูปวาด หรือ
 หรือรูปถ่ายแต่ละขณะของหุ่นจำลองที่ค่อย ๆ ขยับเมื่อนำภาพดังกล่าวมาฉาย ด้วยความเร็ว ตั้งแต่ 16 เฟรมต่อวินาที ขึ้นไป
เราจะเห็นเหมือนว่าภาพดังกล่าวเคลื่อนไหวได้ต่อเนื่องกัน ทั้งนี้เนื่องจาก การเห็นภาพติดตาในทาง คอมพิวเตอร์
 การจัดเก็บภาพแบบอนิเมชันที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในอินเทอร์เน็ต ได้แก่เก็บในรูปแบบ GIF MNG SVG และ แฟลช

    คำว่า แอนิเมชั่น (animation) รวมทั้งคำว่า animate และ animator มากจากรากศัพท์ละติน "animare" ซึ่งมีความมหมายว่า
ทำให้มีชีวิต ภาพยนตร์แอนิเมชั่นจึงหมายถึงการสร้างสรรค์ลายเส้นและรูปทรงที่ไม่มีชีวิต ให้เคลื่อนไหวเกิดมีชีวิตขึ้นมาได้
(Paul Wells , 1998 : 10 )

     แอนิเมชั่น (Animation) หมายถึง "การสร้างภาพเคลื่อนไหว" ด้วยการนำภาพนิ่งมาเรียงลำดับกัน  และแสดงผลอย่างต่อเนื่อง
ทำให้ดวงตาเห็นภาพที่มีการเคลื่อนไหวในลักษณะภาพติดตา (Persistence of Vision) เมื่อตามนุษย์มองเห็นภาพที่ฉา่ย อย่างต่อเนื่อง
 เรตินาระรักษาภาพนี้ไว้ในระยะสั้นๆ ประมาณ 1/3 วินาที หากมีภาพอื่นแทรกเข้ามาในระยะเวลาดังกล่าว
สมองของมนุษย์จะเชื่อมโยงภาพทั้งสองเข้าด้วยกันทำให้เห็นเป็นภาพเคลื่อนไหวที่มีความต่อเนื่องกัน  แม้ว่าแอนิเมชั่นจะใช้หลักการเดียว
กับวิดิโอ   แต่แอนิเมชั่นสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับงานต่างๆได้มากมาย  เช่นงานภาพยนตร์  งานโทรทัศน์  งานพัฒนาเกมส์  งานสถาปัตย์
งานก่อสร้าง งานด้านวิทยาศาสตร์  หรืองานพัฒนาเว็บไซต์  เป็นต้น (ทวีศักดิ์  กาญจนสุวรรณ : 2552 : 222 )

     สรุปความหมายของแอนิเมชั่นคือ การสร้างสรรค์ลายเส้นรูปทรงต่างๆให้เกิดการเคลื่อนไหวตามความคิดหรือจินตนาการ
 ปิยกุล  เลาวัณย์ศิริ (2532 : 931-932) ได้สรุปหลักการและคุณสมบติของภาพยนตร์แอนิเมชั่นเอาไว้ดังนี้
    1. สามารถใช้จินตนาการได้อย่างไม่มีขอบเขต
    2. สามารถอธิบายเรื่องที่ซับซ้อนและเข้าใจยากให้ง่ายขึ้น
    3. ใช้อธิบายหรือแสดงความคิดเห็นที่เป็นนามธรรมให้เป็นรูปธรรมได้
    4. ใช้อธิบายหรือเน้นส่วนสำคัญให้ชัดเจนและกระจ่างขึ้นได้
ขอขอบคุณที่มา : http://www.kanlayanee.ac.th/animation/web/animation.htm

วันจันทร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2557

ขั้นตอนหลักของการทำงานเบื้องต้นที่สาคัญของ Flash

        ขั้นตอนหลักของการทำงานเบื้องต้นที่สาคัญของ Flash

1. เปิดไฟล์เพื่อสร้างชิ้นงาน
2. สร้าง Object
3. นา Object ที่สร้างมาจัดทาเป็นภาพเคลื่อนไหว
4. การบันทึกไฟล์ชิ้นงาน ( File >> Save as… แล้วทาการบันทึก จะได้ไฟล์งานที่เป็นนามสกุล .fla)
5. แปลงไฟล์งานสาหรับการเผยแพร่ผลงาน
                    การสร้างภาพเคลื่อนไหวในโปรแกรม Flash การสร้าง ภาพเคลื่อนไหวใน flash จะมีลักษณะคล้ายกับการสร้างภาพยนตร์ คือจะมีการแบ่งเนื้อหาออกเป็นฉากย่อยๆ เรียกว่าซีน (Scene) แต่ละซีนประกอบด้วยภาพนิ่งวางเรียงกันไปจานวนมากเรียกว่า frame เมื่อนามาแสดงต่อกันจะได้เป็นภาพเคลื่อนไหว
                    1. การสร้างภาพเคลื่อนไหวในเฟลชมี 2 วิธีคือ การสร้างภาพเคลื่อนไหวแบบ Frame by Frame หรือแบบเฟรมต่อเฟรม จะเป็นการสร้างวัตถุหรือภาพด้วยตนเองในทุกๆเฟรม เรียงต่อกันไปเรื่อยๆ ซึ่งวิธีนี้จะใช้เวลาค่อนข้างมาก เพราะต้องมากาหนดองค์ประกอบของอ็อบเจ็คทั้งหมดเองเองทั้งหมด
                    2. การสร้างภาพเคลื่อนไหวแบบทวีน เป็นหลักวิธีการสร้างภาพเคลื่อนไหวด้วยโปรแกรม เฟลชโดยที่เราไม่ต้องกาหนดข้อมูลเองทุกเฟรม จะกาหนดเพียงเฉพาะเฟรมที่สาคัญเท่านั้น และกาหนดให้โปรแกรมคานวณและสร้างเฟรมอื่นๆให้เองโดยอัตโนมัติ
                    
                   การทำงานกับ Frame ในโปรแกรม Flash เฟรมที่เราเป็นผู้กาหนดข้อมูลเองเรียกว่า Keyframe และเฟรมที่โปรแกรมเฟลชสร้างให้โดยอัตโนมัติเรียกว่าเฟรมแทรกระหว่างกลาง (in-between frame) ซึ่งจะประกอบกันเป็นเฟรมภาพเคลื่อนไหวหรือเฟรมที่เป็นภาพนิ่งก็ได้ การใช้งานเฟรม แบ่งเฟรมออกเป็น 3 แบบคือ
                     1. Blank Frame คือ เฟรมเปล่าที่ยังไม่มีวัตถุใดๆถูกสร้างขึ้นในเฟรม การเพิ่ม Blankframe ใช้การกดแป้น F7 หรือการใช้คาสั่ง Blank KeyFrame จะได้เฟรม
                      2. KeyFrame คือ เฟรมที่มีวัตถุหรือมีการเปลี่ยนแปลง สามารถสังเกตได้ โดยสัญลักษณ์เฟรมจะมีจุดใน Frame หรือจะมีจุดที่จุดเริ่มต้นของ Frame ในการสร้างงาน Animation จะต้องกาหนด Keyframe ในตาแหน่งต่างๆและกาหนดรายละเอียดของแต่ละ Keyframe ได้อย่างเหมาะสม งาน Animation ที่ได้จึงจะมีผลลัพธ์ตามที่เราต้องการ สามารถเพิ่ม Keyframe ได้ด้วยการกดแป้น F6 หรือการใช้คาสั่ง Insert KeyFrame จะได้เฟรม
                     3. Frame คือเฟรมธรรมดาที่มีลักษณะเหมือนกับ Keyframe ที่อยู่ก่อนหน้าเฟรม แต่ละเฟรมมีผลการทางานเหมือนกันทั้งหมด จนกว่าจะพบ Keyframe ใหม่ใน Time เฟรมมีสัญลักษณ์ เป็นช่องเฟรมสีเทา สามารถเพิ่ม frame ได้ด้วยการกดแป้น F5 หรือการใช้คาสั่ง Insert Frame
                      
                     Symbol และ Instance
                 Symbol คือการนา Object ที่สร้างขึ้นมากาหนดให้เป็นต้นแบบ เพื่อนาไปใช้เป็น
ส่วนประกอบในชิ้นงาน โดยจะถูกเก็บไว้ในพาเนล Library
                 พาเนล Library เป็นที่จัดเก็บวัตถุต่างที่เราสร้างขึ้นมา เช่น ชิ้นส่วนของตัวละคร ฉาก หรือ
องค์ประกอบต่างๆ รวมถึงไฟล์ภาพและไฟล์เสียงที่ import เข้ามาใช้ในงานด้วย
                 การนา Symbol จาก Library มาใช้จะเป็นการนาสาเนาของ symbol มาใช้ซึ่งเรียกสาเนา
เหล่านั้นว่า Instance ซึ่งสามารถนามาใช้ได้อย่างไม่จากัดจานวน และยังสามารถปรับแต่งคุณสมบัติ
ต่าง ๆ ของ instance ให้แตกต่างกันได้ แต่ทั้งหมดก็ยังคงมีต้นแบบมาจาก symbol ตัวเดียวกัน
                  แต่หากทาการแก้ไขคุณสมบัติต่างๆ ของ Symbol ที่อยู่ใน Library จะมีผลทาให้ instance
ถูกเปลี่ยนแปลงตามไปด้วยโดยอัตโนมัติ
                   ประเภทของ Symbol ที่จัดเก็บใน Library
             1. Movie Clip คือ Symbol ที่สามารถสร้างการเคลื่อนไหวภายในตัวของ
Symbol เองได้ เช่น การเดิน การวิ่ง การเคลื่อนไหวร่วมถึงการส่งเสียงภายในตัว
Symbol เอง
             2. Button คือ Symbol ที่มีลักษณะเป็นปุ่มกด ที่สามารถใส่เสียงและการโต้ตอบ
กับผู้ใช้ได้ Button นิยมใช้ร่วมกันกับการเขียน ActionScrip และเราจะไม่ใช้ Symbol
และไม่นิยมใช้ Symbol ประเภทนี้ทาการ์ตูน
             3. Graphic เป็น Symbol ที่สามารถสร้างภาพเคลื่อนไหวภายในตัวได้และ
สามารถใส่เสียงได้เช่นเดียวกับ Move Clip แต่เมื่อกด Ctrl + Enter แล้วเสียงที่ใส่ไว้ใน
Symbol จะไม่แสดงผลให้ได้ยิน ดังนั้นจึงต้องใส่เสียงเข้าไปใน Scene ด้วย


             วิธีสร้าง Symbol
            1. วาดวัตถุที่ต้องการ
            2. คลิกลากครอบพื้นที่ของภาพวัตถุ
            3. คลิกขวาที่วัตถุ แล้วเลือกคาสั่ง Convert to Symbol
            4. ตั้งชื่อ Symbol >> เลือกประเภทของ Symbol แล้วคลิกปุ่ม OK
เราจะได้ Symbol ที่ถูกจัดเก็บใน Library และสามารถเรียกใช้ Symbol ได้โดยไม่จากัดจานวน
โดยการใช้เมาส์ลาก Symbol จาก library มาวางไว้ที่ stage ได้โดยตรง และ Symbol ที่ถูกดึง
ออกมาใช้จะถูกเรียกว่า Instance

การทำ Animation

http://www.dpu.ac.th/techno/page.php?id=2984